ขี้เหล็ก…อาหารเพื่อสุขภาพ

ขี้เหล็กเป็นผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองของไทย เด็กรุ่นใหม่อาจไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรนัก ขี้เหล็กเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง หากได้ออกดอกเป็นช่อจะมีสีเหลืองอร่ามสวยงามมาก แต่โอกาสที่จะได้เห็นขี้เหล็กออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยงามคงหาดูได้ยาก เพราะดอกตูมและยอดอ่อนมักจะถูกเก็บมาทำอาหารเสียก่อนจะบานอยู่ร่ำไป
ดอกตูมและใบอ่อนของขี้เหล็กจะมีรสขม ก่อนแกงต้องนำมาต้มคั้นน้ำทิ้งก่อน เพื่อลดความขมลงบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าแกงขี้เหล็กเป็นเมนูอาหารรสเด็ดจากฝีมือคนไทยที่สามารถนำขี้เหล็กซึ่งเป็นผักที่มีรสชาติขม มาปรุงแต่งผ่านกรรมวิธีต่างๆ เพิ่มรสชาติด้วยพริกและกะทิ จนได้รสชาติที่กลมกล่อมหวานมันซ่อนขมไว้เล็กน้อย หากอยากรับประทานก็ยังสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายข้าวแกงทั่วไปได้ง่าย หรือจะซื้อไปแกงเองก็ยังได้ เพราะขี้เหล็กมีวางขายกันทั้งสดและแบบลวกแล้ว
ดอกตูมและใบอ่อนของขี้เหล็ก อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ได้แก่ วิตามินเอ (Vitamin A) วิตามินซี (Vitamin C) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ช่วยบำรุงสายตา เหงือก ฟัน กระดูก และผิวพรรณ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ทำให้แผลหายเร็ว การกินวิตามินซี (Vitamin C) และวิตามินเอ (Vitamin A) ในปริมาณที่มากพอ จะช่วยให้หายหวัดได้เร็วขึ้น เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งถ้ารับประทานร่วมกับไขมันหรือกะทิ จะทำให้การทำงานของเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ใบขี้เหล็กมีแคลเซียม (Calcium) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ในปริมาณที่สูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยบำรุงสมอง บำรุงประสาท และมีธาตุเหล็กที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 1 (Vitamin B1) บี 2 (Vitamin B2) และไนอะซิน (Niacin) รวมทั้งโปรตีน (Protein) คาร์โบไฮเดรท (Carbohydrate) ไขมัน และเส้นใยอาหารที่ช่วยให้ขับถ่ายคล่องขึ้น นอกจากคุณค่าทางอาหารที่เต็มเปี่ยมแล้ว ขี้เหล็กมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย เช่น รสขมของขี้เหล็กช่วยให้เจริญอาหาร ขี้เหล็กยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น แก้อาการท้องผูก นอกจากนี้สารอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ในใบขี้เหล็กยังมีฤทธิ์กล่อมประสาท ทำให้นอนหลับสบายขึ้น เหมาะกับสภาพของคนในยุคปัจจุบันที่มีความเครียด วิตกกังวล และนอนไม่ค่อยหลับเป็นประจำซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ
ขี้เหล็กเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกง่าย เติบโตได้เองตามธรรมชาติ และมากด้วยคุณค่าทางอาหารและยา ควรค่าแก่การอนุรักษ์และส่งเสริมให้มีการบริโภคอย่างแพร่หลาย เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *