สเตียรอยด์ กับเหตุผลที่ต้องเป็นสารต้องห้าม

ไม่ว่าวงการความสวยความงาม หรือในวงการกีฬา ยาสเตียรอยด์
มักจะเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงให้เป็นประเด็นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องความอันตรายของมัน
หลายๆ คนจึงอยากจะรู้ว่า ยาสเตียรอยด์ เป็นอันตรายจริงหรือไม่
ใช้อย่างไรถึงจะไม่เกิดอันตราย วันนี้เราจะหยิบยกเรื่องนี้มาคุยกัน
สเตียรอยด์ เป็นชื่อเรียกโดยย่อของกลุ่มยาที่มีชื่อเต็มว่า corticosteroid
ซึ่งยาในกลุ่มนี้มีฤทธิ์และข้อบ่งใช้มากมาย สามารถใช้ในโรคหรือภาวะต่างๆได้อย่างหลากหลาย
ประเภทของสเตียรอยด์
1. สเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอก
สามารถแบ่งตามรูปแบบของยาและตัวอย่างของโรคที่ใช้ได้ ดังนี้
– ยาทา (ทั้งในรูปแบบครีม โลชัน ขึ้ผึ้ง) สำหรับรักษาผื่นแพ้ ลมพิษ ผิวหนังอักเสบสะเก็ดเงิน
– ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู สำหรับรักษาภูมิแพ้หรืออักเสบที่ตาและหู
– ยาพ่นจมูก สำหรับรักษาโรคภูมิแพ้ที่มีอาการทางจมูก ริดสีดวงจมูก
– ยาพ่นคอ สำหรับรักษาโรคหืด ภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการหอบ
2. สเตียรอยด์ประเภทกินและฉีด
ใช้ในการรักษาโรคหรือภาวะบางอย่าง ที่จำเป็นต้องใช้ยากินหรือยาฉีดเท่านั้น เช่น
อาการแพ้บางชนิด โรคหืดชนิดรุนแรง โรคภูมิคุ้มกันไวเกิน
หรือใช้ในผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เป็นต้น
สเตียรอยด์ในวงการกีฬา
เหตุผลที่นักกีฬาบางคนมักแอบใช้สารสเตียรอยด์ เพราะช่วยเบิร์นไขมัน
เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้โตเร็วขึ้น
และช่วยฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อให้หายจากอาการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น
ซึ่งในบางกรณีแพทย์จะสั่งยาให้นักกีฬา เพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ
จึงมีความเป็นไปได้ที่ยาเหล่านั้นอาจมีสเตียรอยด์ผสมอยู่ด้วย
แต่สเตียรอยด์เป็นสารต้องห้ามสำหรับนักกีฬา เพื่อป้องกันการโด๊ปร่างกายโดยใช่เหตุ
และตัวสเตียรอยด์เองก็เป็นสารอันตรายที่ต้องแพทย์ต้องเป็นผู้สั่งให้เท่านั้น
ดังนั้นหากนักกีฬาถูกจับได้ว่าใช้สารกระตุ้นอย่างผิดกฎหมาย
ก็จะถูกลงโทษโดยการแบนจากการแข่งขันเป็นระยะเวลาหนึ่ง
อันตรายจากยาสเตียรอยด์
การกินหรือฉีดยาสเตียรอยด์ในขนาดน้อยๆ เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ
มักไม่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง แต่ถ้ากินหรือฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
จะก่อให้เกิดผลเสียที่รุนแรงหลายประการด้วยกัน ได้แก่ ติดเชื้อโรค
(ยากดการทำงานของภูมิคุ้มกันในร่างกาย) เป็นเบาหวาน (ยาทำให้น้ำตาลในเลือดสูง)
บวมและความดันโลหิตสูง (ยาทำให้ขับน้ำลดลง แต่เพิ่มการสะสมไขมันที่หน้า
หลังและท้อง) กระดูกพรุน (ยารบกวนสมดุลการสร้างกระดูก)
รวมทั้งเป็นแผลในทางเดินอาหาร ผิวหนังเหี่ยวย่นและบาง ตาเป็นต้อ
การทำงานของต่อมหมวกไตผิดปกติ รบกวนการเจริญเติบโตในเด็ก เป็นต้น
ดังนั้น เราจึงควรระวังสเตียรอยด์ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทา หยอด พ่น หรือฉีด
สิ่งสำคัญ คือ ควรใช้เมื่อแพทย์เป็นผู้สั่งให้เท่านั้น

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *