Category: Uncategorized

0

เคล็ดลับดูแลผิว

เริ่มจาก น้ำตาล เพราะหารู้ไม่ว่า น้ำตาล มีประสิทธิภาพในการผลิตเซลล์ผิวค่อนข้างดี
โดยเราสามารถผสมน้ำตาลทรายขาว เข้ากับ น้ำตาลทรายแดง ได้อย่างละเท่าๆกัน
ต่อด้วยผสมน้ำสะอาดอีกเพียงเล็กน้อย จากนั้นให้นำมาขัดหรือนวดเบาๆ บริเวณผิวหน้าประมาณ 5 นาที
ก่อนที่จะล้างออกด้วยน้ำอุ่น ว่ากันว่าวิธีนี้จะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้ว กลับมาอ่อนเยาว์โกงอายุกว่าเดิม
ต่อมา คือ มันฝรั่ง นอกจากมันฝรั่งจะเป็นหนึ่งในอาหารที่อร่อยแล้ว รู้หรือว่า ยังดีต่อผิวเช่นกัน
โดยเราสามารถนำน้ำฝรั่งดิบๆ มามาร์กบนใบหน้าได้ จากนั้นรอประมาณ 5 นาที ให้แห้ง
แล้วค่อยน้ำน้ำอุ่นๆมาล้างออก ว่ากันว่าจะทำให้เราลดความหมองคล้ำได้ รวมถึงเรื่องสิวด้วย
ต่อด้วย น้ำผึ้ง แน่นอนว่า น้ำผึ้ง เป็นหนึ่งในของดีจากธรรมชาติ ดังนั้น ก็เป็นประโยชน์แน่นอน
โดยช่วยบำรุงให้ผิวเราสวยดูมีออร่าได้ ดว้ยวิธีง่ายๆ เพียงแค่นำน้ำผึ้งที่ได้มา ผสมกับผงอบเนย
แล้วทาลงบริเวณใบหน้าให้หนาๆ ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นล้างออก เชื่อได้เลยว่า
เราจะรู้สึกถึงความเปล่งปลั่งมากกว่าเดิม
ต่อมาเป็น มะนาว เป็นหนึ่งในวิธีที่คนเลือกใช้มากที่สุด เพราะมะนาว มีคุณสมบัติที่ทำให้ผิวเราขาวขึ้นได้
โดยเราสามารถนำน้ำมะนาวคั้นสดมาทาบางๆ ทั่วใบหน้า ต่อด้วยการนำเปลือกมะนาวมาถูเบาๆ ราว 5-7 นาที
ก่อนล้างออกด้วยน้ำเปล่า นอกจากทำให้ขาวขึ้นแล้ว ยังทำให้ผิวดูนุ่มขึ้นอีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ มะเขือเทศ เป็นหนึ่งในวิธีที่คุ้นเคยกันดีเช่นกัน โดยเราสามารถนำน้ำมะเขือเทศ
มาผสมกับนมเปรี้ยวและข้าวโอ๊ต ต่อด้วยนำมามาร์กบนใบหน้า ประมาณ 15-20 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็ยๆ
ว่ากันว่าสูตรไม่ลับแบบนี้ จะช่วยให้ผิวพรรณเราดูเปล่งปลั่ง มีออร่า แถม ยังลดรอยดำต่างๆได้ด้วย เรียกได้ว่า
วิธีง่ายๆนี้ ทำให้เราดูหล่อและสวยขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว
สีผิวของเรานั้น เกิดขึ้นจากการที่เมลาโนโซมในเซลล์เมลาโนไซต์ที่อยู่ชั้นล่างสุดของผิวหนังชั้นกำพร้า
ผลิตเม็ดสีเมลานิน แล้วส่งผ่านขึ้นมาสู่ผิวหนังกำพร้าชั้นบนสุดจนกระจายตัวเห็นเป็นสีผิว และสาเหตุหลัก ที่สำคัญ
ซึ่งทำให้เรามีผิวคล้ำขึ้นได้ คงหนีไม่พ้นเจ้ารังสี UV เนื่องด้วยธรรมชาติของผิวมนุษย์จะปรับ
ตัวให้คล้ำขึ้นเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดและรังสี UV ทั้งนี้เพื่อป้องกันตัวให้ผิว แต่หากต้องตากแดด เป็นเวลานานๆ
เซลล์ผิวเราอาจไม่สามารถสร้างการป้องกันได้ทันหรือมากพอ ก็จะทำให้รังสี UV เข้า
ทำลายผิวและก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมา แถมยังเป็นตัวการทำให้ระดับวิตามิน A E และสารต้านอนุมูลอิสระ
ในร่างกายเราลดลง ผลที่มองเห็นได้คือการที่ผิวเปลี่ยนสี ตั้งแต่สีผิวหมองคล้ำไม่ขาวใส ตลอดไปถึง
สีแทนคล้ำจนไหม้ หรือเกิดการ ระคายเคืองที่ผิวจนแดง หรือแสบ ซึ่งอาจเกิดได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง การออกแดด
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นแต่อาจมองไม่เห็นก็คือรอยย่นบนผิวหนัง หรืออาจถึงขั้นเป็นมะเร็ง ผิวหนังได้ เนื่องจากรังสี UV
เข้าทำลายผิวซ้ำๆ หลายครั้ง หรือเป็นเวลานานจนเกินไป ทีนี้เมื่อทราบ อันตรายจากรังสี UV กันแล้ว
ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพื่อนๆ ควรปกป้องผิวด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มี UV Protection
รวมถึงมีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV อาทิ สารสกัดจากผงไข่มุก
ซึ่งจะช่วยให้ผิวของเพื่อนๆ ขาวใสเปล่งประกายได้ตลอดโดยไม่ต้องกลัวการ ออกแดดอีกต่อไป…

0

ตำลึง ผักริมรั้ว ยั่วน้ำลายไหล

ตำลึง เป็นผักพื้นบ้านของไทยที่หากินได้ทุกหัวระแหง
ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นตำลึงขึ้นพันไม้อื่นหรือไม่ก็ขึ้นตามริมรั้วจะเรียกผักริมรั้วก็คงไม่ผิด
ปกติบ้านใครมีที่มีทางก็แทบไม่ต้องซื้อหาให้เปลือง
แต่ถ้าอยู่ในเมืองลองไปเมียงมองแถวตลาดสด รับรองไม่ผิดหวัง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผักที่ขึ้นเหมือนหญ้าไม่ค่อยมีใครสนใจก็อย่าด้วยตัวเองได้ แต่ ตำลึง
เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก โดยเฉพาะสารเบต้าแคโรทีน
ที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือด
นอกจากนี้ ตำลึง ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์สูงเช่น แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน, ฟอสฟอรัส เหล็ก
ไนอาซิน วิตามินซี และอื่น ๆแถมยังมีเส้นใยอาหารที่สามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรค
มะเร็งในกระเพาะอาหารอีกด้วยส่วนในตำรับตำรายาแผนโบราณของไทย ตำลึง
ถือเป็นยาเย็น ใบช่วยขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้อาการแพ้ อักเสบแมลงมีพิษกัดต่อย แก้แสบคัน เจ็บตา ตาแดงและตาแฉะ
แก้โรคผิวหนัง รวมถึงลดน้ำตาลในเลือด
เท่านั้นไม่พอ รากตำลึง ยังช่วยแก้ดวงตาเป็นฝ้า ลดความอ้วน แก้ไข้ทุกชนิด ดับพิษทั้งปวง ฝนทาภายนอก
แก้ฝีต่างๆ แก้ปวดบวม แก้พิษร้อนภายใน แก้พิษแมลงป่องหรือตะขาบต่อย ขณะที่ ต้นตำลึง ช่วยกำจัดกลิ่นตัว
และรักษาเบาหวานเปลือกรากตำลึง เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขยับไปที่ เถาตำลึง
ช่วยแก้ฝี ทำให้ฝีสุก แก้ปวดตา แก้โรคตา แก้ตาฝ้า ตาแฉะแก้พิษอักเสบจากลูกตา ดับพิษร้อน ถอนพิษ เป็นยาโรคผิวหนัง
และแก้เบาหวานขณะที่ ใบตำลึง เป็นยาพอกรักษาผิวหนัง รักษามะเร็งเพลิง
แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียด แก้หืดรักษาผื่นคันที่เกิดจากพิษของหมามุ้ย ตำแย บุ้งร่าน
ใช้เป็นยาเขียว แก้ไข้ ดับพิษร้อน ถอนพิษทั้งปวง
แก้ปวดแสบปวดร้อน ถอนพิษคูน แก้คัน แก้แมลงกัดต่อย
แก้ไข้หวัด แก้พิษกาฬ แก้เริม แก้งูสวัด ปิดท้ายที่ ผลตำลึง
ช่วยแก้ฝีแดง
สรุปแล้ว ตำลึง เป็นทั้งผักท้องถิ่น และสมุนไพรชั้นยอด
ที่คอยช่วยร่างกายทำลายความผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
หากบริโภคได้ทุกวันรับรองไม่มีป่วย แถมยังเพาะพันธุ์ง่าย
แค่ปลูกทิ้งๆ ไว้ ไม่ช้าไม่นานผลิยอดเลื้อยไปทั่วริมรั้ว ไม่ต้องรดน้ำ
ส่วนการนำ ตำลึง มาปรุงเป็นอาหาร
นิยมนำไปลวกและนึ่งเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก
หรือนำไปปรุงเป็นแกงเลียง แกงจืด
บางท้องถิ่นชาวบ้านนำผลอ่อนของตำลึงไปดอง
และนำไปรับประทานกับน้ำพริก หรือปรุงเป็นแกงได้ด้วย…

0

6 เหตุผลที่ทำให้คุณอยากทานกล้วยวันละ 2 ลูก

การเกิดเป็นคนไทยนี้ช่างโชคดีจริง ๆ
เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอผลไม้น่าทานเต็มไปหมด และ กล้วย
ก็เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย แถมมีประโยชน์ต่อร่างกายอีก
ซึ่งการทานกล้วยวัน 2 ลูก นั้นส่งผลดีต่อสุขภาพเรามากแค่ไหน
จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย
1. เติมพลังงานให้ร่างกาย
กล้วยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ แต่กลับมีคาร์ดบไฮเดรตต่ำ
จึงเป็นแหล่งของพลังงานชั้นยอด แนะนำให้ทานก่อนที่จะไปออกกำลังกาย
เพราจะช่วยให้ร่างกายมีแรง และ กระปรี้กระเปร่า
2. ช่วยควบคุมความดันโลหิต
กล้วย เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากมีโซเดียมต่ำ
และมีโพแทสเซียมที่สูง จึงช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้นยังสามารถช่วยลดอาการบวดน้ำได้ด้วย

3.แก้อาการท้องผูก
แพทย์แผนไทยแนะนำว่า กล้วยน้ำว้าสุก
จะช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาทำงานอย่างเป็นปกติ
เนื่องจากกล้วยมีเส้นใยอาหารอยู่เป็นจำนวนมาก
และช่วยแก้อาการท้องอืดได้เป็นอย่างดี
4. ลดอาการกรดไหลย้อน
เพียงแค่ทานกล้วยน้ำว้าเป็นประจำ จะช่วยให้อาการกรดไหลย้อนลดลง
จนหายขาดไปในที่สุด และควรเป็นกล้วยน้ำว้าที่พึ่งสุกใหม่ ๆ
แม้รสชาติจะอร่อยสู้กล้วยสุกไม่ได้
แต่รับรองว่าประโยชน์ที่ได้รับคุ้มค่ากับการยอมทานแน่นอน
5. ป้องกันโลหิตจาง
ธาตุเหล็กที่มีอยู่ในกล้วยจะทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือดได้เป็นอ
ย่างดี
6. ลดความเครียด
กล้วยมีสาร ทริปโตแฟน เป็นส่วนประกอบ ซึ่งสาร ทริปโตแฟน
จะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นสาร ซีโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย
นี้จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงต้องทานกล้วยวันละ 2 ลูกเป็นประจำ
แต่ถ้าใครที่เบื่อการทานกล้วยเป็นลูก ๆ แล้ว แนะนำให้นำมาดัดแปลงเป็นเมนูต่าง ๆ
ได้คะ…

0

5 ของใช้ติดบ้าน ช่วยขจัดปัญหาผิวแตกลาย

ผิวแตกลาย ถือเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้สาว ๆ
เป็นอย่างมาก
หลายคนก็ตัดสินใจไปทำเลเซอร์เพื่อที่จะทำให้ผิวกลับมาเนียนสวยเหมือน
เดิม แต่สาว ๆ บางคนที่งบไม่ถึง ก็ยังต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้ต่อไป
เราจึงจัด 5 ของใช้ติดบ้าน ที่ช่วยลดรอยแตกลายของผิว มาให้สาวๆ
งบน้อยได้นำไปใช้กัน
1. มะนาว
นำมะนาวมาทาทิ้งบริเวณที่มีรอยแตก แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10-15
นาที แล้วค่อยล้างออก
กรดที่มีอยู่ในน้ำมะนาวจะช่วยลดรอยแตกลายของผิวได้
นอกจากนั้นยังช่วยลดรอยแผลเป็นได้ด้วย
2. ว่านหางจระเข้

นำวานหางจระเข้มาปอกเปลือกออกให้หมด
จากนั้นนำไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาพอกไว้ตรงบริเวณที่มีรอยแตก 5-
10 นาที เมื่อครบแล้วจึงนำน้ำอุ่มาล้างออกให้สะอาด
สำหรับคนที่หาว่านหางจระเข้สดไม่ได้
ก็สามารถใช้เจลว่าหางจระเข้แทนได้ วิธีการก็เหมือนกับที่กล่าวมา
แตกต่างกันที่ไม่ต้องล้างออก สามารถทาทิ้งไว้ได้เลย
3. มันฝรั่ง
มันฝรั่งที่เราชอบกินนั้นสามารถนำมาใช้ลดรอยแตกลายได้
เพียงแค่นำมันฝรั่งไปล้างให้สะอาด แล้วนำมาฝานเป็นแผ่น ๆ
แล้วนำมาถูบริเวณที่มีรอยแตก ทิ้งไว้สักพักจนผิวรู้สึกแห้ง
จึงค่อยนำน้ำอุ่นมาล้างออก
4. ไข่ขาว
วิธีการก็ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ก่อนอื่นให้แยกไข่ขาวออกจากไข่แดงก่อน
จากนั้นก็นำไข่ขาวมาพอกทิ้งไว้ตรงบริเวณที่มีรอยแตก ทิ้งให้แห้ง
แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด
กรออะมิโนและโปรตีนในไข่ขาวจะช่วยทำให้ผิวของเรากลับมาเนียนสวย
ได้อีกครั้ง
5. น้ำมันมะกอก
ขั้นตอนแรกให้ทำน้ำมันมะกอกให้อุ่น
จากนั้นก็นำมานวดตรงบริเวณผิวที่มีรอยแตก นวดไปเรื่อยๆ
จนน้ำมันซึมเข้าผิว ทาทิ้งไว้ได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก คุณก็จะได้ผิวสวย
ๆ ของคุณคืนมา…

0

4 เครื่องดื่มใน 7-11 อัพผิวสวยปิ๊งออร่าราคาหลัก 10

หลายคนพยายามทำหลายวิธีเพื่อที่จะให้มีผิวที่ขาวใส ทั้งทาผิว
ฉีดผิว
แต่รู้หรือไม่ว่าการกินอาหารที่มีประโยชน์ก็ช่วยให้ผิวขาวอย่างเป็นธรร
มชาติ นอกจากนั้นยังมีเครื่องดื่มที่สามารถช่วยบำรุง
ฟื้นฟูผิวพรรณของเราให้ขาว กระจ่างใส เปล่งปลั่ง
ที่หาซื้อได้ง่ายเพียงแค่คุณสาวๆเดินเข้าไปใน 7-11
เท่านั้นจะมีเครื่องดื่มอะไรบ้างไปดูกันเลยย !
1.sappe บิวติ ดริ้งค์ คอลลาสกิน

สำหรับสาวๆคนไหนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง ทำงานหนัก เครียด
อดนอน ลองทานตัวนี้ดูค้ะ
เพราะจะช่วยในเรื่องสร้างเส้นใยผิวให้มีความยืดหยุ่น
ช่วยให้ผิวเก็บกักความชุ่มชื่น ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์เต่งตึง
ผิวพรรณสดใสจากภายใน
เปล่งประกายออกมาสู่ภายนอกให้ผิวดูอ่อนเยาว์

2. tofusan น้ำเต้าหู้

ดูเผินๆแล้วดูเหมือนน้ำเต้าหู้ธรรมดาทั่วไป แต่เดียวก่อนค่ะ
เพราะน้ำเต้าหู้อันนี้ไม่ผสมนมผง ไม่ผสมน้ำมันพืช ไม่ผสมวัตถุกันเสีย
แถมยังให้วิตามอน ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสยิ่งชขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระนามอีกด้วย

3. C-vitt วิตามิน

เป็นเครื่องดื่มที่ผสมวิตามินซี ซี-วิต ซึ่งมีปริมาณวิตามินซีมากถึง 120
มิลลิกรัมต่อขวดเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและเพิ่มความสดชื่น
ซึ่งวิตามินซี จะมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณของเราขาวนวลเนียน สดใส
เปล่งปลั่ง

4. pink กลูต้า คอลลาเจน

ตัวสุดท้ายนี้เป็นกลูต้าและคอลลาเจน ผสานกับวิตามินซีและอี
และน้ำองุ่นขาวที่ให้รสชาติหอมอร่อย ทำให้ผิวเรียบเนียนสวย

ไร้ริ้วรอย
อีกมีวิตามินที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างเน้อเยื้อคอลลาเจนอี
กด้วย…

0

อะโวคาโด ผลไม้สารพัดประโยชน์

 

อะโวคาโดอาจไม่ใช่่ผลไม้ที่เป็นที่นิยมมากนักในเมือไทย ทว่าเจ้าผลไม้ชนิดนี้มีประโยชน์กับร่างกายคนเรามากมาย โดยอะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีผิวขรุขระรูปร่างดูแปลกตาไปจากผลไม้ชนิดอื่นๆในเมืองไทย หากสุกจะมีสีดำ แต่ถ้าเนื้อด้านในหากสุกแล้วจะมีสีเขียว ซึ่งเนื้อของอะโวคาโดนั้นนุ่มคล้ายกับเนย

 

สำหรับรสชาติของอะโวคาโดก็คล้ายกับเนยที่ถูกผลิตมาจากนมวัว โดยถิ่นกำเนิดของมันอยู่ที่โซนอเมริกาใต้จัดเป็นไม้ประเภทยืนต้น สำหรับผลของอะโวคาโดนั้นสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง แต่ก็มีราคาที่สูง เพราะว่าหาได้ยากอีกทั้งยงหากินไม่ง่ายเลยในเมืองไทย แต่ช่วงหลังเทนรด์สุขภาพที่กำลังมาแรงทำให้อะโวคาโดเริ่มเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพจนเริ่มมีวางจำหน่ายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

 

อะโวคาโดนั้นช่วยในเรื่องของความงาม สุขภาพ และการลดน้ำหนักที่ทำหน้าที่ได้ดี โดยปริมาณไขมันในอะโวคาโดมีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอะโวคาโดหนึ่งลูกจะมีไขมันอยู่ประมาณ 100 กรัมอย่างน้อย แต่ก็จัดว่ามากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าไขมันตัวนี้ แม้จะถูกเรียกว่าไขมัน แต่ก็เป็นส่วนที่ทานแล้วไม่ทำให้อ้วนอีกทั้งยังช่วยเพิ่มไขมันตัวดีที่ร่สงกายมนุษย?ต้องการได้อีกด้วย นอกจากนี้อะโวคาโดยังมีโปรตีนสูง และมีกรดอมิโนที่จำเป็น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

 

สำหรับสารอาหารในอะโวคาโดมีมากมายเหลือเกินจึงไท่น่าแปลกที่มันจะราคาแพงในท้องตลาด โดยสารอาหารต่างๆที่อยู่ในผลอะโวคาโดประกอบไปด้วย วิตามินเอ รวมถึงเบต้าเคโรทีน โดยจะเป็นส่วนที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี ช่วยในเรื่องป้องกันโรคเหน็บชา และช่วยรักษาโรคปากนกกระจอกที่เกิดจากการขาดวิตามินได้อีกด้วย ส่วนวิตามินซีในอะโวคาโดนั่นสามารถป้งอกันโรคไข้หวัดต่างๆรวมถึงโรคเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรคทื่คนไทยเป็นกันเยอะ

 

นอกจากนี้ในผลอะโวคาโดยังมีโฟเลสที่ปริมาณสูงทำให้เหมาะสำหรับสตรีมีครรถ์ โดยโฟเลสเป็นสารอาหารอย่างหนึ่งที่สำคัญสำหรับสตรีมีครรถ์ที่จะช่วยห้การเจริญเติบโตของทารกที่อยู่ในท้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นยิ่งไปกว่านั้นอะโวคาโดยังมีวิตามินอี และสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระทำให้ไปช่วยเรื่องของระบบเซลในร่างกายคนพร้อมยังช่วยลดอัตรความเสี่ยงที่จะเกิดเซลมะเร็งได้อีกด้วยพร้อมกับทำให้ผิพรรณดูอ่อนวัยในเวลาเดียวกัน

 

 

 …

0

รู้จักนมผึ้งกันไหมนะ ดีต่อผิวพรรณอย่างไร ไปดูกัน

นมผึ้ง อาจจะคุ้นชื่อกันอย่างดี ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ นมผึ้งได้มีการนำนมผึ้งมาสกัดเป็นเม็ด หรือมาเป้นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว ซึ่งไว้สำหรัทาหน้า หรือรับประทานเพื่อบำรุงผิวพรรณ  ความเข้าใจขชองนมผึ้งนั้นไม่ใช่นมของผึ้ง เพราะผึ้งไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่นมผึ้งคือสารอาหารของผึ้งที่ผลิตขึ้นมาใช้เลี้ยงดูตัวอ่อน ๆ ซึ่งมีสารอาหารที่ครบถ้วน และช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ดังนั้นมนุษย์จึงมีการนำนมผึ้งมาผลิต และใช้ในการบำรุงผิวพรรณและร่างกาย

ซึ่งนมผึ้งนั้น นอกจากจะช่วยบำรุงเลี้ยงตัวอ่อนในรงผึ้งแล้ว นมผึ้งยังมีมีประโยชน์มากมายหลายชนิด เช่น วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินซี  วิตามินอี และไบโอติน ที่ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ และยังช่วยในเรื่องของลดรอยหมองคล้ำ นอกจากนี้ยังมีสารAnti-Pore และAnti-Acne ช่วยในเรื่องควบคุมและลดความมันของใบหน้า ลดการเกิดสิว และต้านเชื้อแบคทีเรีย พร้อมทั้งมีกรดอะมิโนที่ช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ดีอีกด้วยโอ้โห เรียกได้ว่า เป็นสุดยอดของความมหัสจรรย์ของนมผึ้งเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อได้นำสารสกัดจากนมผึ้งไปไว้ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งนมผึ้งยังที่มีฤทธิ์ในการรักษาอาการอักเสบที่เกิดจากสิว ลดรอยฝ้ากระให้ดูจางลง ช่วยให้ผิวที่ถูกทำลายกลับมานุ่มชุ่มชื่น ลดริ้วรอยแลดูอ่อนวัย ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ พร้อมผลัดเซลล์ผิวใหม่และยับยั้งไม่ให้เกิดการอักเสบของสิวอีก อีกทั้งรอยสิวดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

หากว่าสาว ๆ กำลังหาไอเทมที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณที่ยอดเยี่ยม และมาจากธรรมชาตินั้น เราขอแนะนำให้คุณลองใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนผสมของนมผึ้ง หรือจะเป็นนมผึ้งแท้ก็ได้ เพราะว่านมผึ้งจากธรรมชาตินั้นจะช่วยให้สาว ๆ ใบหน้าที่ขาวใส ไร้ปัญหาสิว ฝ้า และยังลดปัญหาริ้วรอย หมองคล้ำ และยังช่วยให้ใบหน้าไร้สิวฝ้า และยังเผยผิวเนียนใสอย่างมั่นใจค่ะ คุณสมบัติดีเลิศจะต้องลองนมผึ้งแล้วล่ะ

แต่ในปัจจุบันนี้มีทั้ง นมผึ้ง ทั้งของจริง และไม่ใช่ ดังนั้นจะต้องผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ที่สำหรับคือ จะต้องมีเลขที่ อย.อย่างชัดเจน เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า เป็นนมผึ้งแท้ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตราย และนอกจากนี้การเลือกนมผึ้งแท้ จะต้องต้องดูแหล่งผลิตและที่มาที่ชัดเจน และน่าเชื่อถือได้ จึงจะสามารถมั่นใจได้ว่า นมผึ้งนั้นดีพร้อมทั้งยังมีประโยชน์จริง

 …

0

 ขั้นตอนในการรักษาสิวแบบง่าย ๆ ที่คุณควรรู้

 

สิว สิว สิว โอ๊ยอยากจะหายจากสิวภายในเร็ววัน ใครที่เคยเป็นสิว คงจะรู้ดีว่า สิวนั้นไม่ใช่จะหายภายในวันสองวัน แต่กว่าจะหายจะต้องใช้เวลา ดังนั้นวันนี้เรามีขั้นตอนในการรักษาสิวแบบง่าย ๆ ใช้เวลาที่ไม่ยุ่งยากอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

ก่อนที่จะไปรู้ขั้นตอนในการรักษาสิว  เราไปดูสาเหตุหลักๆ ของกากิดสิวกันก่อน ซึ่งมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ความมันบนใบหน้า และเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่เพื่อนๆไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เพราะสิวหายได้ หากเรารักษาอย่างถูกต้องและรู้วิธี ไปดูกันดีกว่าว่าจะต้องรักษาสิวอย่างไรดี

                ขั้นตอนที่ 1  การทำความสะอาดผิวหน้า

ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมากอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งจะต้องล้างหน้าให้สะอาด เป็นประจำทั้งเช้า-เย็น และที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งควรเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของ Anti-Pore เพราะจะช่วยลดและควบคุมความมัน บนใบหน้า ช่วยกระชับรูขุมชน อ่อนโยนโดยไม่ระคายเคืองผิว  และจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับสภาพผิวกันด้วย

ขั้นตอนที่ 2  ประคบใบหน้าด้วยน้ำแข็ง

ซึ่งวิธีนี้นั้นจะเป็นการประคบใบหน้าด้วยน้ำแข็ง หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว ให้เนำน้ำแข็งก้อนมาห่อด้วยกระดาษทิชชูหรือผ้าขนหนูที่สะอาด แล้วค่อยๆประคบน้ำแข็งลงบนใบหน้าประมาน 1 นาที จะช่วยลดอาการบวมและลดอาการอักเสบจากสิวได้ค่ะ  ซึ่งควรที่จะใช้มือเบา  ๆ ในการประคบ อย่าประคบแรง เพราะอาจจะทำให้ใบหน้าเกิดการอักเสบได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ขั้นตอนที่  3 งดของทอด ของมัน และของหวาน

หากว่าอยากให้ใบหน้าสวยใส ไร้สิว สาว ๆ จะต้องงดของทอด เพราะว่าของทอด ของมัน และของหวานนั้น จะทำให้ใบหน้ามีความมันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งของมัน ๆ จะไปเพิ่มไขมันใต้ชั้นผิวของเราให้มีมากขึ้น จะทำให้ใบหน้าของสาวๆเกิดความมัน ซึ่งจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้

เมื่อสาว ๆ รู้เคล็ดลับในการลดสิวให้ใบหน้าขาว กระจ่างใจ ไร้สิวฝ้า แล้วล่ะก็ อย่าลืมนำไปทำตามกันนะคะ ซึ่งหากว่าสาวๆ  ที่มีผิวกระจ่างใจ และมีใบหน้าทมี่เนียนละเอียด จะช่วยให้มีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น แล้วก็เมื่อใบหน้าใสแล้วทำให้แต่งหน้าได้  และไม่ต้องกังวลใจว่า ใบหน้าจะเป็นสิวอีก เพราะถ้าหากหมั่นรักษาความสะอาด และทำให้ใบหน้ากระจ่างใส ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สิวก็จะไม่กลับมาอีก อีกทั้งสาว ๆ จะไม่ต้องโดนล้อ หรือไม่มั่นใจ ถ้าสิวหายก็มั่นใจกล้าออกไปทพกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น

 

 …

0

ขี้เหล็ก…อาหารเพื่อสุขภาพ

ขี้เหล็กเป็นผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองของไทย เด็กรุ่นใหม่อาจไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรนัก ขี้เหล็กเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง หากได้ออกดอกเป็นช่อจะมีสีเหลืองอร่ามสวยงามมาก แต่โอกาสที่จะได้เห็นขี้เหล็กออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยงามคงหาดูได้ยาก เพราะดอกตูมและยอดอ่อนมักจะถูกเก็บมาทำอาหารเสียก่อนจะบานอยู่ร่ำไป
ดอกตูมและใบอ่อนของขี้เหล็กจะมีรสขม ก่อนแกงต้องนำมาต้มคั้นน้ำทิ้งก่อน เพื่อลดความขมลงบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าแกงขี้เหล็กเป็นเมนูอาหารรสเด็ดจากฝีมือคนไทยที่สามารถนำขี้เหล็กซึ่งเป็นผักที่มีรสชาติขม มาปรุงแต่งผ่านกรรมวิธีต่างๆ เพิ่มรสชาติด้วยพริกและกะทิ จนได้รสชาติที่กลมกล่อมหวานมันซ่อนขมไว้เล็กน้อย หากอยากรับประทานก็ยังสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายข้าวแกงทั่วไปได้ง่าย หรือจะซื้อไปแกงเองก็ยังได้ เพราะขี้เหล็กมีวางขายกันทั้งสดและแบบลวกแล้ว
ดอกตูมและใบอ่อนของขี้เหล็ก อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ได้แก่ วิตามินเอ (Vitamin A) วิตามินซี (Vitamin C) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ช่วยบำรุงสายตา เหงือก ฟัน กระดูก และผิวพรรณ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ทำให้แผลหายเร็ว การกินวิตามินซี (Vitamin C) และวิตามินเอ (Vitamin A) ในปริมาณที่มากพอ จะช่วยให้หายหวัดได้เร็วขึ้น เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งถ้ารับประทานร่วมกับไขมันหรือกะทิ จะทำให้การทำงานของเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ใบขี้เหล็กมีแคลเซียม (Calcium) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ในปริมาณที่สูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยบำรุงสมอง บำรุงประสาท และมีธาตุเหล็กที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 1 (Vitamin B1) บี 2 (Vitamin B2) และไนอะซิน (Niacin) รวมทั้งโปรตีน (Protein) คาร์โบไฮเดรท (Carbohydrate) ไขมัน และเส้นใยอาหารที่ช่วยให้ขับถ่ายคล่องขึ้น นอกจากคุณค่าทางอาหารที่เต็มเปี่ยมแล้ว ขี้เหล็กมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย เช่น รสขมของขี้เหล็กช่วยให้เจริญอาหาร ขี้เหล็กยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น แก้อาการท้องผูก นอกจากนี้สารอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ในใบขี้เหล็กยังมีฤทธิ์กล่อมประสาท ทำให้นอนหลับสบายขึ้น เหมาะกับสภาพของคนในยุคปัจจุบันที่มีความเครียด วิตกกังวล และนอนไม่ค่อยหลับเป็นประจำซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ
ขี้เหล็กเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกง่าย เติบโตได้เองตามธรรมชาติ และมากด้วยคุณค่าทางอาหารและยา ควรค่าแก่การอนุรักษ์และส่งเสริมให้มีการบริโภคอย่างแพร่หลาย เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย…